หอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ให้เช่า

เทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกอพาร์ทเม้นท์ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

การเลือกอพาร์ทเมนท์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้เหมาะสม สะดวกสบาย และอยู่อาศัยในระยาวได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องมานั่งบั่นทอน เสียสุขภาพจิตกับห้องเช่าที่มันไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง วันนี้คุณจึงต้องเริ่มถามตัวเองก่อน ว่าคุณมีไลฟ์สไตล์ชีวิตแบบไหน เพราะเรามีเทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกอพาร์ทเมนท์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์แต่ละแบบของคุณมาแนะนำกัน

1.ไลฟ์สไตล์คนทำงาน นักเรียนนักศึกษา

แน่นอนว่าสำหรับชีวิตคนทำงานประจำหรือนักเรียนนักศึกษา ต้องเร่งรีบกับการตื่นเช้าไปทำงานหรือไปเรียนให้ทันเวลา ดังนั้นจึงต้องมีเทคนิคเหล่านี้

1.1 การเลือกทำเลที่ตั้ง เป็นสิ่งแรกที่คุณต้องคำนึงถึง เลือกให้ใกล้กับที่ทำงานและที่เรียนของคุณมากที่สุด เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง ทำให้คุณไม่ต้องตื่นแต่เช้าและกลับมาบ้านมืดค่ำ จะทำให้คุณมีเวลาพักผ่อนได้มากขึ้น และไปทำงานหรือไปเรียนได้ตรงเวลาทุกวัน

1.2 มีเส้นทางที่สะดวก ง่ายต่อการเดินทาง และมีรถสาธารณะผ่านเป็นประจำต่อเนื่อง เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง

1.3 อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านขายยา ไม่ต้องเสียเวลาต้องออกไปที่ไกล ๆ

1.4 มีสวัสดิการที่ดีสำหรับผู้เช่าอาศัย ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต การมีเวรยามระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี รวมถึงการรักษาความสะอาดเป็นประจำ

1.5 ค่าเช่ารายเดือน ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่รายได้ของคุณรับไหว จ่ายได้สบาย ๆ ในแต่ละเดือน โดยไม่ติดขัดอะไร

2.ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวหรือคนพักผ่อน

หากเจตนาที่คุณมาเช่าห้องพักอยู่เพื่อต้องการท่องเที่ยวหรือพักผ่อน เช่น มาจากต่างประเทศเพื่อพักผ่อนในเมืองไทย โดยมีเวลาท่องเที่ยวเป็นเดือน ๆ คุณต้องไปดูเทคนิคเหล่านี้

2.1 ทำเลที่ตั้ง ต้องใกล้และเป็นแหล่งใจกลางต่อสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่คุณต้องการไป

2.2 การทำสัญญาระยะสั้น คุณอาจพักอาศัยไม่ถึงปีแน่นอน ดังนั้นการตกลงเจรจากับผู้ให้เช่าในการทำสัญญาระยะสั้น เช่น 3-6 เดือน จึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงกฎระเบียบต่าง ๆ มันทำให้คุณอึดอัดหรือไม่

2.3 มีรถบริการที่เรียกใช้ได้ตลอดเวลา สำหรับในกรณีไม่มีรถส่วนตัว รวมถึงเส้นทางสัญจรต้องสะดวกและปลอดภัยต่อการเดินทาง

2.4 ห้องต้องมีขนาดเหมาะสมและสวยงาม เพื่อความสุนทรีในระหว่างการพักอาศัย ต้องมีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพราะคุณไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อน ย่อมไม่ขนอะไรมามากมายให้เกะกะแน่นอน นอกจากกระเป๋าใบเดียวพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที

และทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกอพาร์เมนท์ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของคุณในแต่ละแบบ เพื่อจะได้ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ให้ได้รับความสุข ความสะดวกสบาย ความพึงพอใจ และมอบความรู้สึกดี ๆ ให้ จากการที่ได้อยู่อาศัยในอพาร์เมนท์ที่ถูกใจนั้น ๆ

รู้ก่อนอยู่…ทำความเข้าใจกับ “เงินค่าประกันหอพัก”

หากจะกล่าวถึงที่อยู่อาศัยแล้ว อาจมีปัจจัยหลายอย่างที่บางคนต้องมองหาหอพักเพื่ออาศัยชั่วคราว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของปัญหาทางด้านการเดินทางจากสถานที่ทำงานหรือที่เรียน หรือแม้แต่ปัญหาสถานทางการเงินที่ไม่อาจหาซื้อที่พักอาศัยได้ การเช่าหอพักจึงเป็นสิ่งตอบโจทย์และคุ้มค่า และในแต่หอพักหรืออพาร์ทเม้นท์นั้น ต้อง “จ่ายค่าประกัน” ก่อนเข้าพักเสมอ

ค่าประกันหอพัก คือ เงินมัดจำที่ผู้เช่าจะต้องจ่ายให้กับทางหอพัก โดยจะได้รับคืนเมื่อย้ายออกจากหอพัก ผู้เช่าจะได้รับคืนเงินเต็มจำนวนหากผู้เช่าไม่ได้ละเมิดข้อตกลง ๆ ใด ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ตามสัญญาเช่า ซึ่งเรื่องเงินค่าประกัน นี่แหละ ที่มักเป็นปัญหาระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของหอพักอยู่เสมอ ซึ่งโดยปกติแล้วก่อนจะเข้าพัก ต้องมีการลงนามสัญญาก่อนเช่าพัก เพื่อให้ผู้เช่าและเจ้าของหอพักได้รับทราบเงื่อนไขตรงกัน อีกทั้ง ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2558 เจ้าของที่พักจะเรียกเก็บเงินประกันได้ไม่เกินราคาของค่าเช่าหนึ่งเดือน เช่น ราคาห้องเดือนละ 4,000 บาท ค่าประกันที่เรียกเก็บได้คือ 4,000 บาท ทางหอพักจะเก็บเกินไม่ได้ แต่หอพักส่วนใหญ่จะเรียกเก็บเกินกว่า 2-3 เดือน บางที่เก็บมากถึง 6 เดือน เลยทีเดียว นั่นขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่าย อาจประเมินได้จากสภาพห้องว่าราคาที่ทางหอพักตั้งไว้เหมาะสมหรือไม่

สิ่งที่หอพักมักจะหาเรื่องในการหักค่าประกันห้องมากที่สุด

  1. สภาพห้อง หากสภาพห้องทรุดโทรมลงกว่าเดิม มีจุดเสียหาย เช่น รอยตอกตะปู พื้นแตก จุดนี้หอพักมักจะคิดค่าเสียหายจากผู้เช่า ด้วยเหตุนี้ผู้เช่าต้องตรวจดูห้องพักก่อนเข้าพักในวันแรกเสมอ รวมถึงทำเป็นหลักฐานแจ้งเจ้าของหอพักให้ทราบด้วย เพราะหากไม่ตรวจเช็ค ในช่วงการย้ายออก นอกจากจะไม่ได้เงินค่าประกันคืนแล้ว ผู้เช่าอาจต้องเสียเงินเพิ่มอีกด้วย
  2. ก่อนลงนามผู้เช่าควรตรวจดูวันที่ในสัญญาให้ดี เพราะหากต้องการแจ้งออก อาจโดนหักค่าประกัน เพราะวันที่ในสัญญาไม่ตรงกับความเป็นจริง เราอาจโดนหักค่าประกันเพราะการอยู่ไม่ครบระยะเวลาในสัญญา
  3. หากต้องการย้ายออกผู้เช่าควรรีบแจ้งต่อเจ้าของหอพักก่อนระยะเวลาที่กำหนด เช่น หากในสัญญาแจ้งว่าต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก็ควรปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้นอาจเป็นเหตุให้เจ้าของหอพักยึดเงินค่าประกันทั้งหมดได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจจะมีเจ้าของหอพักที่ไร้จริยธรรม ที่ยึดค่าประกันทั้งหมด โดยใช้ข้ออ้างเรื่องความเสียหายเป็นหลัก โดยมีค่าใช้จ่ายสิ่งของที่เกินจริง หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เพื่อปกป้องรักษาสิทธิ ผู้เช่าสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ ซึ่งปัจจุบัน ทางหน่วยงานได้แจ้งว่า มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องค่าประกันห้องพัก เข้ามามากมาย ซึ่ง สคบ.จะทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยตามความเหมาะสมในแต่ละข้อ เพื่อความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย

 

 

9 สิ่งของที่ต้องมีใน หอพักให้เช่า ก่อนมหาวิทยาลัยเปิด

บทความนี้เป็นบทความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ต้องออกไปเช่าอยู่ใน หอพักให้เช่า ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งนั่นแหละ…ด้วยความที่มันเป็นครั้งแรก หลาย ๆ คนอาจจะยังงง ๆ อึน ๆ ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร มีสิ่งไหนที่สมควรต้องเตรียมไปบ้าง ซึ่งแน่นอนการเตรียมของไปอยู่หอพักนั้น แตกต่างกับการเตรียมกระเป๋าไปแคมป์ปิ้ง อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการไปแคมป์เป็นเพียงแค่การออกไปค้างเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้น สำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ไม่ต้องตื่นเต้นไป บทความนี้สามารถช่วยได้แน่นอน มาเริ่มต้นเช็คของไปทีละอย่างกันได้เลย

  1. อุปกรณ์ทำความสะอาด แน่นอนว่าการไปอยู่ หอพักให้เช่า คือ การมีพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งต้องดูแลเอาใจใส่เอง ห้องพักสามารถบ่งบอกลักษณะนิสัยและตัวตนของผู้พักได้ หากห้องพักสะอาดเอี่ยมอ่อง ย่อมทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูดี อุปกรณ์ในการทำความสะอาดมีดังนี้ ไม้กวาด ไม้ถูพื้น ผ้าขี้ริ้ว ถุงใส่ขยะ ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดห้องน้ำ และ อุปกรณ์ล้างจานชาม
  2. อุปกรณ์ดูแลเสื้อผ้า นอกจากห้องต้องสะอาดแล้ว เรายังต้องแต่งตัวให้ดูดีอยู่เสมอ ไม่ดูสกปรกหรือมีกลิ่นเหม็น อุปกรณ์ที่จะต้องเตรียม ประกอบไปด้วย ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เตารีด ที่รองรีด กะละมัง ไม้แขวนเสื้อ ไม้หนีบผ้า และตะกร้าผ้า
  3. ชุดเครื่องนอน การนอนที่มีประสิทธิภาพในแต่ละวัน คือสิ่งสำคัญมาก หากมีหมอนใบโปรด หรือตุ๊กตาเน่าตัวโปรดอย่าลืมพกติดตัวไปด้วย การอยู่หอพักที่แปลกที่อยู่แล้วเราควรนำชุดเครื่องนอนที่คุ้นเคยติดไปที่ หอำักให้เช่า ด้วย เพื่อที่จะลดอาการนอนไม่หลับ อันเนื่องจากความตื่นเต้น หรือความเครียดได้
  4. อุปกรณ์สำหรับทานอาหาร เช่น จาน ชาม ถ้วย ช้อน โต๊ะสำหรับทานข้าว กระติกน้ำร้อน กระทะไฟฟ้า อันนี้แล้วแต่สกิลการทำอาหารของตัวผู้พักเองเลย
  5. อุปกรณ์การเรียนหรือการทำงาน เช่น โน๊ตบุ๊ค สมุด ดินสอ แฟลชไดร์ฟ และเครื่องเขียน
  6. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นแปรงฟัน สบู่ ยาสีฟัน โรลออน แชมพู ผ้าขนหนู เหล่านี้ล้วนต้องขนไปให้หมด
  7. ยาสามัญประจำบ้าน ในสภาวะฉุกเฉิน การอยู่หอคือการต้องพึ่งพาตัวเองโดยไม่มีสมาชิกในบ้านคอยช่วยเหลือ ควรพกจำพวก ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ และที่สำคัญคือ ยาสำหรับโรคประจำตัวต่าง ๆ
  8. อาหารยังชีพ บางทีในวันเร่งรีบเราอาจต้องการทานอะไรง่าย ๆ ควรมีอาหารง่าย ๆ อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กคัพ ซีเรียล พกติดหอพักไว้เสมอ
  9. สิ่งของที่ต้องใช้ในยามฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น ไฟฉาย เทียน ลังเก็บของ ร่ม แม่กุญแจ ปลั๊กไฟสามตา ปฏิทิน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยลดความกังวลสำหรับผู้ที่ต้องย้าย หอพักให้เช่า เป็นครั้งแรก ซึ่งหากมีการเตรียมตัวที่ครบครัน จะช่วยลดความลำบากในการขนย้าย ซึ่งการขนย้ายในแต่ครั้งล้วนต้องมีค่าใช้จ่าย ต้องรบกวนหรือเป็นภาระของผู้ปกครองที่ต้องนำสิ่งของที่ขาดเหลือมาให้ในภายหลัง ข้อมูลข้างต้นจะทำให้ผู้อ่านเก็บรายละเอียดของใช้ที่จำเป็นได้ครบถ้วนช่วย ลดปัญหาความขัดข้องในการดำเริ่มต้นชีวิตเด็กหอได้ไม่น้อย

 

 

เปิดโผราคา อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า 5 จุดสำคัญ ใจกลางเมืองกรุง

หากคุณกำลังมองหา อพาร์ทเม้นท์เพื่อเช่าอาศัย  ลองอ่านบทความนี้ดูก่อน  อาจจะเป็นประโยชน์ให้คุณได้เปรียบเทียบราคาอพาร์ทเม้นท์ในแต่ละย่านธุรกิจ  และเป็นข้อมูลในการช่วยตัดสินใจก่อนเลือกที่ใดที่หนึ่ง

อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า บริเวณพญาไท – ราชเทวี 

ทำเลใจกลางเมืองใกล้สถานศึกษาชั้นนำหลายแห่ง  อีกทั้งยังใกล้กับสถานธุรกิจ  บริษัทต่างชาติ  มีสสถานีบีทีเอส  และอยู่ระหว่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ซึ่งหากแล้วเสร็จอาจทำให้ย่านนี้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น  แต่เนื่องด้วยมีพื้นที่เปล่าสำหรับสร้างอพาร์ทเม้นท์น้อยมาก  จึงทำให้ค่าเช่าในบริเวณนี้ค่อนข้างสูง  โดยเริ่มตั้งแต่  2,300  บาท/เดือน  จนถึง  8,000บาท/เดือน  โดยมีค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่  4,500  บาท/เดือน อย่างเช่น ภูทองชัยนามอพาร์ทเม้นท์ ที่มีห้องพักขนาดกลาง  พร้อมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ เคเบิ้ล ที่จอรถฟรี มีราคาค่าเช่าอยู่ที่ห้องละ 5,000-5,500 บาท/เดือน

อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า บริเวณพระราม 9 – รัชดา

ย่านนี้มีอาคารสำนักงานเรียงตัวอยู่มากมาย  ย่อมมีจำนวนพนักงานอยู่มาก ทำให้ทุก อพาร์ทเมนท์ในย่านนี้ค่อนข้างหนาแน่น และเริ่มมีการปลูกสร้างเพื่อรองรับขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะผู้คนต่างอยากที่จะหลีกเลี่ยงการจารจรที่ค่อนข้างแย่ในย่านนี้ จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่แทน ค่าเช่าของบริเวณนี้จะเริ่มต้นที่ 2,000 บาท/เดือน ไปจนถึง 7,000 บาท/เดือน โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ 3,800 บาท/เดือน อย่าง Diamond  mansion ที่อยู่บริเวณโรบินสันรัชดา ห้องพักขนาดกลางพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศ  อินเตอร์เน็ต เคเบิ้ล ค่าเช่าอยู่ที่ 3,200 – 4,500 บาท/เดือน

อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า บริเวณสีลม-สาธร

สีลมย่านขับเคลื่อนธุรกิจมาตั้งแต่สมัยอดีต ที่ยังคงความเป็นใจกลางสำคัญของธุรกิจต่าง ๆ ของกรุงเทพ ปัจจุบันแทบไม่มีอพาร์ทเม้นท์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นในย่านนี้เลย อันเนื่องจากราคาที่ดินมีการปรับราคาสูงขึ้นมาก อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำมากมาย เมื่อมีความต้องการสูงกว่าจำนวนห้อง ทำให้ค่าเช่าค่อนข้างสูงมาก โดยมีค่าเช้าเริ่มต้นที่  2,200 บาท/เดือน  ถึง 9,000 บาท/เดือน โดยเฉลี่ยแล้วค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ  4,300 บาท/เดือน เช่น กรีนเพลสสาธร ที่อยู่ใจกลางสาธร ห้องพักที่มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปรับอากาศ ราคาจะเริ่มต้นที่ 4,800 – 1,8000 บาทต่อเดือน แต่หากเป็นห้องพักเปล่า ๆ ขนาดเล็กราคาจะอยู่ที่ 4,000 บาท/เดือน

อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า ลาดพร้าว-จตุจักร

บริเวณลาดพร้าวถือเป็นทำเลที่มีความพร้อมในทุกด้าน  มีสวนสาธรณที่เป็นปอดของเมืองกรุง มีรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ยังเต็มไปด้วยทั้งห้างสรรพสินค้า และสถานศึกษาชื่อดัง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ราคาอพาร์ทเมนท์ย่านนี้ค่อนข้างสูง โดยราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ 2,300บาท บางแห่งมีราคาสูงถึง 9,000  บาท ส่วนราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว ๆ 4,000 บาท/เดือน อย่างราคาของอพาร์ทเม้นท์บ้านสุขสบาย ที่มีห้องขนาด 4×7 เมตร มีบริการเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น อินเตอร์เน็ต เคเบิ้ล และเฟอร์นิเจอร์ ค่าเช่าจะอยู่ที่ 4,000 บาทต่อเดือน โดยมีระยะเวลาในการทำสัญญา 1 ปี

จากราคาที่ได้สรุปมาในบทความข้างต้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่พักในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพในแต่ละย่าน คงพอจะเห็นราคาคร่าว ๆ แล้ว ว่าในแต่ละจุดนั้นมีราคาที่แตกต่างกันอันเนื่องมาจากปัจจัยต่าง ๆ และหวังว่าข้อมูลนี้จะสามารถทำให้ท่านมีพื้นฐานในการเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายที่พัก ทั้งนี้อัตราค่าเช่าอาจจะมีการผันแปรตามสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง

The Siam Paragon shopping center in Bangkok is decorated for the Christmas and New Year holidays.

อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ “สัญญาเช่า” รายละเอียดสำคัญที่ห้ามมองข้าม

ปัจจุบันรัฐบาลได้มีการออกกฎหมายในการควบคุมสัญญาของเช่าหอพักและ อพาร์ทเมนท์ให้เช่า ที่ออกมาเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้เช่าและผู้ให้เช่าอย่างเหมาะสม แต่หลาย ๆ คนที่เช่าอพาร์ทเมนท์ มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการอ่านรายละเอียดสัญญา ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นมา จึงไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใด ๆ ได้เลย ดังนั้นการศึกษาและอ่านรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญาเช่าก่อน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เช่า บทความนี้จึงอยากแนะนำเรื่องการพิจารณาสัญญาเบื้องต้นสำหรับผู้ที่กำลังจะนางนามในสัญญาเช่า เพื่อที่จะได้ทราบถึงสิทธิของตนเอง

รายละเอียดระเบียบ อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า

1.ระยะเวลา จะแบ่งออกเป็น ระยะเวลาการเช่า ระยะการแจ้งสิ้นสุดสัญญาเช่า ข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาเช่าขั้นต่ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะระบุชัดเจนอยู่ในสัญญา และล้วนต้องปฏิบัติตาม

2.ค่าประกันหอพัก ค่าประกันหอพัก คือ เงินที่เจ้าของหอพักเรียกเก็บไว้เป็นจำนวนหนึ่ง เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในห้องพัก ซึ่งในสัญญาจะมีเขียนระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ผู้เช่าจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อที่จะไม่โดนหักค่าประกัน

  1. ค่าน้ำค่าไฟ ในสัญญาจะต้องมีระบุว่า ค่าน้ำและค่าไฟมีวิธีคิดเงินอย่างไร หน่วยละเท่าไหร่ ซึ่งผู้เช่าจำต้องอ่านรายละเอียดให้ดี มิเช่นนั้นหากลงนามในสัญญาไปแล้ว คุณอาจต้องเจอกับค่าน้ำค่าไฟที่สูงลิ่ว โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

4.กฎระเบียบของหอพัก หอพักแต่ละที่จะมีกฎระเบียบแตกต่างกัน ซึ่งก่อนลงนามควรศึกษาให้ดี จะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง เช่น เรื่องจำนวนผู้อยู่อาศัยจะต้องมีระบุชัดเจน เช่นเข้าพักได้ไม่เกิน 2 หรือ 3 คนต่อห้อง หรือ ข้อกำหนดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งบางแห่งอาจมีข้อกำหนดชนิดของสัตว์เลี้ยง หรือข้อห้ามนำมาเลี้ยงอย่างเด็ดขาด

5.กำหนดการจ่ายค่าเช่าให้แต่ละเดือน ผู้เช่าควรตรวจดูในสัญญาว่ามีกำหนดเวลาหรือไม่ และเวลาที่กำหนดไว้สามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่ และหากเลยระยะเวลาที่กำหนดจะมีค่าปรับหรือไม่ หากมีค่าปรับมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่

  1. การตรวจเช็คสภาพห้อง ก่อนลงนามสัญญาเช่า ผู้เช่าควรตรวจดูห้องพักอย่างละเอียดเสียก่อน ว่ามีสภาพอย่างไร มีสิ่งชำรุดเสียหายหรือไม่ หากเป็นไปได้ควรจดรายการข้าวของเสียหายเอาไว้ก่อนที่จะลงนามในสัญญา เพื่อเป็นหลักฐานควรข้าวของเสียหายหรือจุดชำรุดอยู่ก่อนแล้วในห้องพัก

7.ค่าบริการอื่น ๆ นอกจากค่าเช่าและค่าน้ำค่าไฟแล้ว ควรตรวจสอบในสัญญาว่า ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกจากนี้ที่ต้องชำระหรือไม่ เช่น ค่าอินเตอร์เน็ต ค่ารักษาความปลอดภัย ค่าฟิตเนส ค่าส่วนกลาง เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดคร่าว ๆ ที่สำคัญ ๆ สำหรับผู้เช่า โดยเฉพาะกับสิ่งของเสียหาย ซึ่งการพูดไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานใด ๆ ได้ หากมีการตกลงกันระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของอพาร์ทเมนท์แล้ว ควรบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยอาจะทำได้ง่าย ๆ โดยเขียนกำกับลงในสัญญาแล้วเซ็นต์กำกับ อีกทั้งสัญญาควรมีสองฉบับที่เหมือนกัน ที่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าต่างเก็บไว้คนละ 1 ฉบับ

เลือก หอพักให้เช่า อย่างไร ให้ห่างไกลกับสิ่งลี้ลับเลือกหอพักอย่างไร ให้ห่างไกลกับสิ่งลี้ลับ

การย้าย หอพักให้เช่า หรือที่อยู่อาศัยถือเป็นเรื่องหนักอกหนักใจของผู้คนทั่วไปอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ขี้กลัว การหาที่อยู่อาศัยที่ทำให้สบายใจอยู่อาศัยได้แบบไร้กังวลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะที่พักคือสิ่งสำคัญใช้ในการพักผ่อน ห้องพักจึงควรเป็นสถานที่ที่อยู่แล้วสบายใจที่สุด จึงอยากจะนำเสนอบทความที่สามารถลดปัญหา หลีกเสี่ยงความเสี่ยง ที่จะทำให้คนขี้กลัวเบาใจไปเปราะหนึ่งได้เลย

วิธีการหาห้องพักที่ปลอดภัยไร้สิ่งกังวลจากสิ่งลี้ลับ

1.สืบประวัติจาก Google หรือเพื่อนบ้านห้องข้างเคียง ว่าหอพักหรือห้องพักที่ท่านต้องการมีประวัติคนเสียชีวิต หรือเรื่องราวลี้ลับหรือไม่

2.หมายเลขของห้องต้องต่อเนื่อง เนื่องจากคนไทยมักมีความเชื่อว่า หากมีคนเสียชีวิตในห้อง หอพักมักจะเปลี่ยนเลขห้อง เพื่อไม่ให้เจ้าของเดิมกลับมาห้องเดิมได้อีก ซึ่งอาจจะมารบกวนเจ้าของห้องปัจจุบันได้

  1. ทางสามแพร่ง หรือสามแยก มักมีความเชื่อว่าเป็นจุดรวมของสิ่งลี้ลับ ความอับโชค มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย หลาย ๆ คนมีความเชื่อว่าคือทางผีผ่าน เพราะเหตุนี้จึงควรหลีกเลี่ยงหอพักที่ตั้งอยู่บนทางสามแพร่ง

4.หลีกเลี่ยงห้องเช่าที่ราคาถูกกว่าปกติ แน่นอนว่าหากห้องพักนั้นมีราคาถูกกว่าห้องพักคุณภาพเดียวกัน หรือในละแวกเดียวกันมาก ๆ ย่อมเป็นที่สงสัยถึงสาเหตุของราคาที่ถูกผิดปกตินั้น

5.ตรวจดูว่ามียันต์หรือพวงมาลัยแปลก ๆ หรือไม่ ห้องพักที่มีสิ่งของประเภทนี้ ย่อมต้องมีเหตุการณ์แปลก ๆ แน่นอน

6.ดูสภาพห้องว่าทาสีใหม่ในขณะที่ห้องอื่นไม่ได้ทา การทาสีใหม่ อาจจะมีหลายเหตุผล แต่การทาสีใหม่แค่ห้องเดียวคงไม่ใช่สาเหตุในการปรับปรุงหอพักเป็นแน่

7.ท่าทางของเจ้าของห้องขณะพาเราไปดูห้อง หากเจ้าของห้องที่พาเราไปดูห้องมีสีหน้าผิดปกติ พูดจาอ้ำอึ้ง ให้ลองสองถามรายละเอียด หากเจ้าของหลีกเลี่ยงที่จะตอบหรือพูดจาติดขัด ให้สงสัยไว้ก่อนได้เลย

8.ฝุ่นตรงหน้าประตู หากฝุ่นบริเวณห้องดูหนากว่าบริเวณอื่น อาจจะเป็นเพราะไม่มีคนกล้าเข้าใกล้ ไม่มีคนอาศัยอยู่นาน หรือแม่บ้านไม่กล้ามาทำความสะอาด

9.ไม่มีใครเช่าอยู่ห้องติดกันเลย แน่นอนว่าหากห้องนั้นมีสิ่งผิดปกติ จนห้องข้าง ๆ ย้ายออก สามารถตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน หรืออาจจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญก็ได้

10.กลิ่น กลิ่นคือสิ่งสำคัญ ที่สามารถบ่งบอกได้ว่า ห้องพักถูกปล่อยให้รกร้างมานานแค่ไหน ซึ่งยิ่งร้างมานานจะสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่งชื้น ๆ เหม็นอับ กลิ่นปูน หรือกลิ่นธูปได้แน่นอน

ทั้งนี้สิ่งเหล่านี้บางท่านอาจดูว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่สำหรับบุคคลที่มีความเชื่อ ความกลัวในเรื่องเหล่านี้ การหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้รู้สึกเครียดหรือกังวลได้ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะหอพักและอพาร์ทเม้นท์ ไม่ใช่แค่การอาศัยแค่คืนเดียว

หอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ให้เช่า กับฤกษ์ยาม

อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า

ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยามเป็นของคู่กันของมนุษย์เรา ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดก็แล้วแต่หากมีวันเวลาที่ดีและเหมาะสม ดินฟ้าอากาศเป็นใจ เทวดาอารักษ์ ก็จะคุ้มครองก็จะช่วยเสริมให้กิจกรรมเหล่านั้นลุล่วงไปด้วยดี การย้ายเข้าหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ใหม่ก็เหมือนกัน ความเชื่อที่ว่าฤกษ์งามยามดี ๆ ผู้พักอาศัยจะอยู่เย็นเป็นสุขนั้น ว่ากันว่าที่พักอาศัยแต่ละที่มีพลังชีวิตและดวงชะตาเป็นของตนเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางและองศาที่แตกต่างกันของหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์นั้น เราลองไปดูกันว่า “ฤกษ์ยามที่ดี” ตามธรรมเนียมของชาวจีนมีประโยชน์อย่างไร

* ฤกษ์ยามที่ดีช่วยปัดเป่าพลังด้านมืดออกไปจากพื้นที่ การได้ฤกษ์ดีเป็นมงคลในการย้ายเข้าหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ เป็นการทำให้พลังด้านสว่างลุกโชนขึ้นมาขับไล่พลังในด้านมืดออกไปให้หมดสิ้น และนำโชคลาภวาสนามาสถิตในตัวอาคารที่เราย้ายมาอยู่ใหม่ ตามความเชื่อของชาวจีนซินแสจะจุดประทัดตรงตำแหน่งมงคลในวันที่ย้ายเข้าอยู่ในวันนั้น แต่ปัจจุบันใช้วิธีการทุบ เคาะ ตอก กระทบ เอาพลังดีมาทดแทนการจุดประทัดก็ทำได้เช่นกัน พลังดีด้านสว่างเมื่อมาทดแทนพลังเก่า ๆ เมื่อประสานกับดวงชะตาของผู้เช่าแล้วก็จะส่งเสริมให้ครอบครัวมีความสุข นำมาซึ่งโชคลาภด้วย

* ฤกษ์ยามที่ดีช่วยให้ผู้เช่ามีความปลอดภัย เพราะการย้ายเข้าหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ให้เช่าใหม่ ก็คือการหาที่หลับที่นอนในบ้านหลังใหม่ ทิศทางในการนอนของผู้เช่าจะช่วยให้ปลอดภัยจากพลังด้านมืดทั้งปวง และเสริมสร้างพลังสว่างอีกด้วย การนอนในสถานที่ใหม่จึงสำคัญมาก เพราะเราต้องอยู่ในทิศทางยาวนาน 6-8 ชั่วโมงเลยทีเดียว การนอนจึงไม่ควรผิดทิศผิดทาง และควรต้องมีฤกษ์ที่ดีช่วยเสริมด้วย

เมื่อเห็นถึงประโยชน์ของฤกษ์งามยามดีในการย้ายเข้าที่พักแห่งใหม่แล้ว เราลองมาดูว่าจะทำอย่างไรจึงจะถือว่าการย้ายเข้าที่พักสมบูรณ์แบบตามความเชื่อของชาวจีน

เริ่มตั้งแต่เมื่อได้ฤกษ์ดียามเด่นเป็นศรีสง่าแล้วการนอนในห้องพักใหม่ครั้งแรกจึงมีความสำคัญ เมื่อเข้ามาที่ห้องพักแล้วให้เปิดประตูหน้าต่างรับเอาพลังงานหมุนเวียนเข้ามาในห้องพร้อมกับตัวเรา เปิดไฟให้แสงสว่างทุกดวง เปิดเครื่องโทรทัศน์ เครื่องเสียง พัดลม เครื่องปรับอากาศ เปิดก๊อกน้ำ จุดเตาแก๊ส และสิ่งที่ระมัดระวังไม่ควรมีการเจาะพนัง ตอกตะปู ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นพลังงานด้านไม่ดีให้ฟุ้งกระจายได้

หลังจากนั้นให้นอนพักผ่อนตามตำแหน่งทิศทางที่เหมาะสมจะนอนหลับไปเลยหรือไม่ก็ได้ หากได้ปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วถือว่าการย้ายเข้าที่พักแห่งใหม่เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ จะส่งผลให้ตัวเราและครอบครัวปลอดภัยคลาดแคล้วจากอันตรายใด ๆ บังเกิดแต่สิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิต

 

3 วิธีง่าย ๆ ช่วยหาหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ที่โดนใจ

ที่พักอาศัยถือเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญต่อชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นใคร ตั้งแต่เด็ก หรือมีธุรกิจใหญ่โตแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องการที่พักที่อยู่แล้วสบายใจกันทุกคน และสำหรับที่พักอาศัยชั่วคราว อย่างหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ การจะหาสถานที่ที่ถูกใจให้ได้ มีอยู่หลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องที่ต้องคำนึงถึง เช่น ค่าเช่า การเดินทาง ระยะทาง และความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน เป็นต้น

หากเราจำเป็นต้องหาที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ จะมีวิธีการใดบ้างที่จะช่วยให้เราเลือกเช่าที่พักได้โดนใจและตรงความต้องการ

1.การเดินหาด้วยตนเอง วิธีการนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย เบื้องต้นเราต้องมีจุดหมายหรือพื้นที่เราต้องการหาที่เช่าก่อน จึงจะลงทุนเดินค้นหาด้วยตนเอง ข้อดีของการหาด้วยตนเองเราสามารถเห็นสภาพพื้นที่และประเมินสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และพิจารณาระยะทางในการสัญจร รวมถึงซักถามสอบถามประวัติความเป็นมาของหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์กับผู้คนแถวนั้นได้ด้วย ดังนั้น ความพึงพอใจจะเกิดขึ้นทันที หรือถ้าไม่พึงพอใจก็เดินหาต่อไป วิธีการนี้อาจจะต้องใช้ความอดทนและออกแรงสักหน่อย แต่รับรองว่าได้ห้องถูกใจแน่นอน

2.การสอบถามเพื่อนหรือคนที่รู้จัก วิธีการนี้จะง่ายขึ้นมาก ข้อมูลต่าง ๆ จะอยู่กับใกล้ตัวของเราเอง ซึ่งคาดว่าข้อมูลที่ได้จะเป็นความจริงและเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง อีกอย่างเราก็จะมีคนรู้จักที่พักอยู่ที่เดียวกัน และมีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันอีกด้วย เมื่อมีข้อมูลจนเพียงพอแล้ว ก็ถึงเวลาลงพื้นที่ดูสถานที่และห้องพักว่าจะถูกอกถูกใจหรือไม่อีกครั้งก่อนทำสัญญาเช่า

3.การค้นหาทาง Internet วิธีการนี้เป็นที่นิยมในยุคสมัยปัจจุบัน เพราะว่ามีความสะดวกและสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้หลาย ๆ แห่งจาก Website ที่ลงประกาศให้เช่า ซึ่งเราสามารถทราบพิกัดที่ตั้งโดยไม่จำเป็นต้องไปดูของจริง เพราะแทบจะมีรายละเอียดให้เราดูอย่างครบถ้วน มีรูปภาพห้องพัก บรรยากาศโดยรอบให้ดู แถมบางแห่งเรายังสามารถดูการคอมเม้นต์ได้ ว่าหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ที่เราสนใจมีข้อดีข้อเสียอย่างไรได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อมูลในการพิจารณาเปรียบเทียบกับที่อื่นสำหรับการตัดสินใจเช่านั่นเอง

วิธีการที่แต่ละคนเลือกใช้ในการหาหอพักหรืออพาร์ทเมนท์นั้น อาจแตกต่างกันไปแต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับต้น ๆ คือ ความปลอดภัยของเราในฐานะผู้เช่า ดังนั้น ควรหาข้อมูลให้ครบถ้วนและรอบด้านที่สุด เพราะเมื่อจรดปากกาเซ็นต์สัญญาเช่าและวางมัดจำไปแล้ว โอกาสที่เราจะย้ายไปหาที่พักแห่งใหม่เลยทันทีอาจทำไม่ได้ เนื่องจากต้องเช่าให้ครบตามสัญญาก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสียค่ามัดจำไปฟรี ๆ และเสียความรู้สึกกับการตัดสินใจผิดพลาดอีกด้วย

เมื่อต้องย้ายเข้าห้อพักหรืออพาร์ทเม้นท์ใหม่

การย้ายเข้าหอหักใหม่หรอเปลี่ยนห้องเช่าอพาร์ทเม้นท์อาจสร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้คนได้ แนวทางต่อไปนี้เป็นวิธีการแก้ใขตามแนวทางของศาสนาพุทธเพื่อลดความกังวลดังกล่าว

“ทุกสถานที่มีประวัติศาสตร์ มีตำนาน และคำเล่าขาน” พล็อตนี้ถ้าเป็นนิยายหรือละครหลังข่าว จะน่าติดตามและมีเรทติ้งติดลมบนเป็นแน่ แต่หากมีใครพูดเกี่ยวกับที่พักอาศัยอย่างหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ สิ่งที่ได้ยินได้ฟังอาจจะเกิดความตื่นตระหนก ความกังวล และเลยเถิดเป็นความหวาดกลัวขึ้นมาได้

ความหวาดกลัวจะทำให้เราคิดเพ้อเจ้อต่าง ๆ นานาว่าที่พักแห่งใหม่อาจจะมีสิ่งเร้นลับซ่อนอยู่หรือเปล่า จะเห็นว่าการจินตนาการนำมาซึ่งความหวาดกลัว แล้วเราจะทำอย่างไรดีเพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้

แนวทางทางพุทธศาสนา ที่อาจช่วยเราให้เราคลายความกลัวลงได้

1.สร้างความรักและความปรารถนาดีให้แก่ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ โดยจินตนาการถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ ที่แผ่ขยายไปอย่างไม่มีขอบเขต ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ข้ามภพ ข้ามชาติ ความรักก่อให้เกิดความเมตตาที่มีอิทธิพลเชิงบวกที่ส่งไปให้แก่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น เพื่อมารับเอาส่วนบุญส่วนบุญกุศล เชื่อเถอะว่าความเมตตามีอำนาจอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้น คนที่มีความเมตตาอยู่ในใจตลอดเวลา จะจิตใจเข้มแข็งที่จะไม่มีสิ่งใดมาครอบงำหรือหลอกหลอนได้

2.ๆความศรัทธา เป็นพลังงานเชิงบวกที่ช่วยทะลายความหวาดกลัวให้หมดลงไปได้ ความศรัทธาในพุทธศาสนาทำให้เราไม่กลัวความตาย ดังนั้น ความศรัทธา ความประทับใจ ความเชื่อมั่น ความซาบซึ้งในศาสนาพุทธ ถือว่าเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติธรรมขั้นเริ่มต้น พลังศรัทธาเป็นตัวช่วยให้ความคิดไม่ฟุ้งซ่านได้ด้วย เพราะหากเรามีศรัทธาที่แกร่งกล้า แม้ “ความตาย” ยังไม่หวาดกลัว สิ่งเร้นลับใดก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะเผชิญกับมันได้ และยิ่งเราศรัทธาตั้งมั่นบนความดี สิ่งต่าง ๆ รอบกายก็จะรับรู้ได้ว่าเรา “มาดี” ไม่มีเจตนาอื่นใด นอกจากการพักอาศัยที่ต้องการความสงบ

3.ความเชื่อมั่นในเหตุและผล การใฝ่รู้ในความจริง จิตจะแข็งแกร่งและมีพลังมหาศาล ทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่หวาดหวั่นต่ออะไรง่าย ๆ จิตที่มีพลังมากก็คือจิตที่มีสมาธิ มักจะเลือกเชื่อในเหตุและผล ไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่อธิบายไม่ได้ หรือสิ่งเร้นลับ เพราะเมื่อมีความใฝ่รู้ ก็อยากพิสูจน์ความจริงเพื่อหาเหตุผลสนับสนุนมายืนยันสิ่งที่สงสัย หากเรามีความเชื่อในเหตุและผล เราก็จะรู้ว่าบางอย่างไม่ได้มีอยู่จริงแต่เป็นเพียงการหลอกตัวเอง

ใครที่กังวลกับความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น ลองนำหลักการที่กล่าวไปใช้กำจัดความกลัว ดูว่าจะช่วยได้จริงหรือไม่ แต่หากพิจารณาอย่างดีแล้วน่าจะช่วยให้ผ่อนคลายได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะ

กำจัดออกไปได้ไม่หมด เพราะความกลัวสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็นอยู่ในวิถีของสังคมไทย บางครั้งแยกกันแทบไม่ออกระหว่างความกลัวกับความเชื่อ แต่อย่างไรก็ดีก่อนนอนไหว้พระรำลึกถึงคุณพระรัตนไตร คุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์ ก็จะช่วยให้เราหลับสบายได้เช่นกัน

How To Choose The Best Real Estate Agent

The better place to live in a better life is the best house. Finding the right house for you is not easy like cutting a piece of cake. With the help of Real Estate Company or broker, you can find the best dream house according to your needs. If you want to sell or buy any house, it is important to choose the right real estate company or agent. Select the right company or agent allows you more benefit for getting a perfect house.

Choosing a right bangkok realestate is not an easy task. There are lots of real estate companies, and agents are available in the market. Sometimes it gets so hard to choose any one of them. There is a lot of things that you want to look and consider before selecting an agent to buy the house. Some things that you want to look carefully are explained below which helps you most.

Budget

As we discuss there are lots of real estate companies and brokers are available in the market which provides services at different rates. You want to choose the right agent according to your budget and which provides you service at the cheapest rate. By choosing the right real estate broker or agent allows you to maintain your budget better. You can also better save your money without wasting it by choosing the wrong agent. This allows you to find the better broker for buying or selling any house.

Online reviews

In the modern era, all companies and agent have its website on the internet. It is the more important thing that you want to look at is reviews. Checking the reviews online allows you to get information about every company and agent. By doing this, you can better choose any agent or company which provides you best bangkok realestate services.

Referrals from friends and family

All people in the world need a real estate broker or agent to sell and buy the house. You can better get referrals from your friends and family about any broker or agent. Getting advice from friends and families allows you to choose the best real estate broker. Choosing the best broker by doing this allows you to find a dream house in your budget.

Experienced agent

While you choose any real estate broker or agent make sure that it is professional and experienced. Experienced agents who are famous in the market allow you better services of selling and buying the house quickly. By checking in the market which is the experienced agent allows you to choose the best bangkok realestate, broker.

We can easily conclude that with the help of these tips you can make a better decision. By considering some things, you can better choose any real estate company or agent. That will help you to better sell and buy a house or any property quickly. Also, you can better save your money and can find any house in your budget.